Klipsch แบรนด์เครื่องเสียงระดับตำนานจากสหรัฐฯ สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการ “อัปเกรดครั้งใหญ่” ให้กับลำโพงรุ่นคลาสสิกในซีรีส์ Heritage อย่าง Klipschorn AK7 และ La Scala AL6 ที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ยุคสงครามโลก!
คราวนี้ Klipsch ไม่ได้แค่อัปเดตหน้าตา แต่จัดเต็มทั้ง ไดรเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุด, ระบบฮอร์นเวอร์ชันปรับปรุง, และโมดูลครอสโอเวอร์แบบแอคทีฟ ที่ยกระดับเสียงให้เทียบชั้นคอนเสิร์ตฮอลล์กันเลยทีเดียว

🦅 Klipschorn AK7 – ตำนานตั้งแต่ปี 1946 ที่ยังแรงไม่หยุด
เปิดตัวครั้งแรกในปี 1946 โดยผู้ก่อตั้ง Paul W. Klipsch
ดีไซน์ 3 ทางแบบ Horn-Loaded ครบทุกย่านเสียง
ใช้ฮอร์น Tractrix ที่ออกแบบใหม่ เพิ่มความแม่นยำของเฟส และมุมกระจายเสียงกว้างขึ้น
มาพร้อมไดรเวอร์ใหม่ K-406M ที่มีคอฮอร์นขนาด 2 นิ้ว (สั้นลงเพื่อ time alignment ที่ดีขึ้น)
ใช้เทคโนโลยี Mumps ช่วยกระจายเสียงให้เรียบเสมอกันทั่วปากฮอร์น
ดอกเสียงแหลมรุ่นใหม่ K-771 พร้อม Phase Plug ช่วยเพิ่มความชัดเจนของเสียง
ดอกมิดเรนจ์อัปเกรดเป็น KT-1133-HP ขนาด 3 นิ้ว ใหญ่กว่าเดิม 1 นิ้ว เพิ่มแรงดันเสียงได้มากขึ้น

🐘 La Scala AL6 – เวอร์ชันใหม่ที่เพิ่ม “เบสลึก” เป็นครั้งแรก
เปิดตัวครั้งแรกในปี 1963
ยังคงใช้ดอกวูฟเฟอร์ 12 นิ้ว (K-281) กับ folded horn เหมือนเดิม
แต่! เวอร์ชัน AL6 เพิ่ม “ช่องระบายอากาศ (Vented Design)” เข้ามาแล้ว
ผลลัพธ์คือ “เบสแน่นขึ้น ลึกขึ้น และยืดหยุ่นต่อการวางตำแหน่งในห้องมากขึ้น”
⚙️ Heritage Active Crossover – ปลดล็อกศักยภาพของเสียงด้วย DSP
หลังจากประสบความสำเร็จกับลำโพงรุ่นเรือธงอย่าง Klipsch Jubilee
คราวนี้ Klipsch นำ โมดูล Active Crossover มาให้เลือกใช้กับ Klipschorn และ La Scala แล้วเช่นกัน
เป็นอุปกรณ์แยกต่างหาก ที่ช่วยจัดการเรื่อง Time Alignment, Phase, EQ และ Gain อย่างแม่นยำ
เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ปรับ gain ของย่าน LF และ HF ได้ เพื่อแมตช์กับแอมป์แต่ละตัวได้อย่างลงตัว
ถึงแม้ลำโพงทั้งสองรุ่นจะมาพร้อม passive crossover ที่ “ดีอยู่แล้ว”
แต่ Roy Delgado หัวหน้าวิศวกรเสียงของ Klipsch ก็ยืนยันว่า “เวอร์ชัน Active ยังไงก็เปิดศักยภาพได้มากกว่า”
🎨 ดีไซน์ใหม่ สวยคลาสสิก พร้อมสีใหม่ American Auburn
ทั้ง Klipschorn AK7 และ La Scala AL6 จะมาพร้อมแผงเชื่อมต่อดีไซน์ใหม่ รองรับทั้งแบบ passive และ active
ทำให้เปลี่ยนโหมดใช้งานได้ง่าย และต่อเข้ากับ Active Crossover Module ได้แบบ Plug & Play

มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี:
American Walnut
Black Ash
American Auburn (สีใหม่สุดคลาสสิกที่หรูหรามาก)
💰 ราคา และกำหนดวางจำหน่ายในยุโรป
Klipschorn AK7: $17,998 / €25,998 ต่อคู่
La Scala AL6: $14,998 / €19,998 ต่อคู่
Heritage Active Crossover: $3,499 / €3,999 (มีเฉพาะสี Black Ash)
ทั้งสามรุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายในยุโรปเดือน พฤษภาคม 2025
📝 บทสรุป: เมื่อ ‘ตำนาน’ ถูกชุบชีวิตด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค
การอัปเกรด Klipschorn และ La Scala ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า
Klipsch ไม่เคยหยุดพัฒนาความคลาสสิก — แต่ เลือกอัปเกรดเฉพาะจุดที่ “สร้างความต่าง” อย่างแท้จริง
ทั้งในด้านไดรเวอร์ เสียงเบส และระบบการจัดการสัญญาณแบบแอคทีฟ
ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อให้ เสียงของ “คอนเสิร์ตฮอลล์” เกิดขึ้นในบ้านคุณได้จริง